SOLUTIONS FOR PEOPLE DEVELOPMENT – Training, Coaching, and Consulting

Posts tagged ‘Executive Coach’

ทำไมผู้บริหารต้องมีโค้ช

Slide53

ความเข้าใจเกี่ยวกับ Executive Coach

บทสนทนานี้เป็นจินตนาการของผู้เขียน ซึ่งถอดบทเรียนจากการติดตามและศึกษาจาก อ.เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย และบทสัมภาษณ์และสัมมนาของ Dr. Marshall Goldsmith 

D: การโค้ชคืออะไร

M: การสอนไม่มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรมว่าคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วนะ เราไม่รู้ว่าทัศนคติ นิสัย เปลี่ยนไปหรือเปล่า แต่การโค้ชนั้นผลลัพธ์จับต้องได้ เรามีกรอบระยะเวลาว่าต้องทำอะไรบ้าง เมื่อถึงปลายทางจะเห็นว่าเจาได้ก้าวข้ามจุดนั้นไปหรือยัง ดังนั้นการสอนคือ I understand แต่การโค้ชทำให้ I do

K: การโค้ช คือ เพื่อน ชวน คิด คือเราชวนเขาคิดให้เขาได้แสดงความเก่งออกมาและลงมือแก้ปัญหาหรือเดินหน้าต่อไปได้ด้วยตัวเอง

D: แล้วคนเก่งๆเหล่านี้เขามาโค้ชเรื่องอะไรกันบ้างคะ

M: คุณลองคิดดูนะ คนเหล่านี้เก่งมากและทำเรื่องยอดเยี่ยมมาตลอด สิ่งที่เขามีคล้ายๆกันคือ ค่อนข้างรั้น เชื่อมั่นในความคิดตัวเอง ไม่ค่อยฟังคนอื่นเท่าไร คนที่ต้องการจะเป็นผู้บริหารที่ดีขึ้นจะต้องฟังให้ดีขึ้น ลดทิฐิลง เปิดใจรับฟังความคิดเห็นคนรอบข้างมากขึ้น

K: ประสบการณ์ที่ผมเจอก็คล้ายๆกันนะครับ ผู้บริหารมักไม่ค่อยมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับตัวเอง มีอัตตาที่ไม่เหมาะสม และฟังไม่ค่อยเก่ง ผมพบว่าหากเขามีความตระหนักถึงพฤติกรรมของตัวเองว่ามีผลกระทบอย่างไรต่อผู้อื่นหรือต่อผลงาน ด้วยการมีอัตตาในระดับที่เหมาะสมหรือ healthy ego และฟังให้ดีขึ้นกว่าเดิม บรรยากาศรอบๆตัวเขาก็จะดีขึ้น งานก็จะดีขึ้นด้วยครับ

D: เรื่องแบบนี้คนรอบตัวเขาบอกเขาไม่ได้เหรอคะ

K: คุณลองคิดดูนะ แต่ละวันจะมีพนักงานกี่คนที่อยากกินข้าว ดื่มกาแฟ กับผู้บริหารบ้าง ผมว่าไม่ค่อยมีนะ อย่าว่าแต่ไปสะท้อนความจริงให้ฟังเลย แค่กินข้าว พูดคุยสบายๆยังไม่อยากเลย

M: ใช่ครับ ยิ่งคนมีอำนาจมากก็ยิ่งไม่ชอบคนที่พูดอะไรไม่ค่อยเข้าหู วันๆก็เลยได้ยินแต่เรื่องที่อยากได้ยิน ซึ่งอาจไม่ใช่ความจริง

D: แล้วเมื่อไรพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงได้คะ

K: อย่างที่ผมบอกไปแล้วครับว่าเมื่อมี awareness และยอมรับได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเหล่านั้น เขาก็จะค่อยๆแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้ครับ

M: ใช่ครับ คนส่วนมากไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงครับ แต่เมื่อเขาเริ่มยอมรับว่าตัวเองมีข้อผิดพลาด มีจุดบกพร่อง ก็จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงได้ครับ

D: แล้วตัวโค้ชเองหล่ะคะ ต้องเก่งแค่ไหนถึงจะโค้ชผู้บริหารได้

K: ผมบอกได้เลยครับว่า 1 ใน 3 นั้นเฟล เราไม่ใช่ผู้มีอำนาจที่จะไปบังคับให้เขาทำหรือไม่ทำอะไร ที่สำคัญเขาต้องมีความพร้อมและต้องลงมือทำด้วยตัวเองถึงจะสำเร็จครับ

M: ผมทำได้แค่ช่วยให้เขาเข้าใกล้สิ่งที่เขาอยากเป็นหรืออยากไปให้ถึง ผมไม่ได้ชี้ชะตาว่าคุณต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้สิ เพราะมันต้องมาจากภายในตัวเขาเอง

D: แล้วโค้ชต้องมีโค้ชด้วยไหมคะ

M: ผมไม่มีโค้ช แต่ผมจ้างคนๆหนึ่งโทรมาหาผมทุกวัน เพื่อฟังผมอ่านคำถามและคำตอบที่ใช้กระตุ้นตัวเองให้มีสติ ให้รู้ว่าผมอยู่จุดไหนแล้ว เพราะผมรู้ว่าผมไม่มีวินัยมากพอที่จะทำแบบนี้ด้วยตัวเอง ผมยอมรับและต้องการความช่วยเหลือจากใครบางคน คนเรามีเรื่องที่ต้องพัฒนาเสมอๆนะครับ

K: ผมมีทั้งโค้ชและคนที่คอยโทรหาผมทุกวันเพื่อคอยกระตุ้นให้ผมทำบางสิ่งบางอย่างที่วางแผนลงมือทำในช่วงนั้นครับ เมื่อผมต้องการพัฒนาตัวเองให้ไปสู่ระดับที่ดีกว่า ผมวางแผน และถ้าต้องมีคนคอยกระตุ้นหรือร่วมเดินทาง ผมก็ไม่ลังเลครับ

#ExecutiveCoach
#CoachingBook
#หลักสูตรโค้ช
#ExcellenceResources

Advertisements

โค้ช โหด หรือ ใจดี

“โค้ชคือเพื่อนร่วมทาง ผู้สนับสนุนให้ผู้รับการโค้ชเดินทางสู่เป้าหมายที่ต้องการ”

จั่วหัวมาแบบนี้แล้วถามว่า โค้ชควรอยู่ในโหมดไหน “โหด” หรือ “ใจดี”?
slide8

ผู้อ่านจะตอบว่าอะไรคะ

ถ้าบอกต่อไปว่า
“โค้ชคือผู้ช่วยให้ผู้รับการโค้ชกล้าๆคิด และค้นหาของดีและความเก่งที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้”

คุณจะยังบอกคำตอบเดิมไหมว่า “โหด” หรือ “ใจดี”

แล้วถ้าในที่สุดแล้วโค้ชยังมีบทบาทในการสนับสนุนให้ผู้รับการโค้ชได้ทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม

เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ๆ เรียนรู้จากความถูกต้อง และยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาดหล่ะ คุณยังให้คำตอบเดิมอีกไหม?

โค้ชไม่ได้มาเพื่อทำให้โค้ชชี่รัก แต่เรามาเพื่อฟัง พูด และสะท้อนความจริงที่อาจไม่เคยมีใครบอกเขา

ด้วยความปรารถนาที่จะให้เขาได้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ

สำหรับบางคนที่เซนซิทีฟ อาจจะรู้สึกว่าโค้ชทื่อๆไปไหม โค้ชตรงเกินไปหรือเปล่า
โค้ชพูดหว่านล้อมเป็นบ้างไหม โค้ชโหดจัง ไม่ถูกใจเลย

สำหรับคนที่ต้องการความชัดเจน อาจจะรู้สึกว่าโค้ชพูดตรงๆก็ได้ อย่าอ้อมค้อมเลย
โค้ชเน้นชัดๆ สั้นๆ ตรงประเด็นเลยเหอะ ฉันรับได้

คราวนี้คุณอาจจะได้คำตอบที่เหมาะกับโค้ชและโค้ชชี่มากขึ้นแล้วค่ะว่า

โค้ชไม่ได้จำกัดอยู่ในโหมด “โหด” และ “ใจดี” จริงๆหรอก

โค้ชอยู่ในทุกโหมดเพื่อโค้ชชี่

ถ้าโค้ชคิดว่าเราอยู่ในโหมดใดโหมดหนึ่งแล้ว ให้พึงสังเกตว่าเราทำเพื่อตัวเราเอง

หรือเราทำเพื่อคนที่เรากำลังโค้ชอยู่

โค้ชชิ่งครั้งต่อไป คุณเลือกจะอยู่ในโหมดไหนคะ?

 

เขียนโดย ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข
Certified Marshall Goldsmith Stakeholder Centered Coaching (MGSCC), USA
Certified The Global Leader of the Future (GLOF) 360 assessment, USA

ผู้นำรู้จักใช้เทคโนโลยีเป็น จริงหรือ?

slide7
จริงหรือที่บอกว่าใครๆก็ใช้รู้จักและใช้เทคโนโลยีเป็น!!!

Marshall Goldsmith กล่าวว่า Leader ต้องมี Developing Technological Savvy

คือมีความเข้าใจในเทคโนโลยีว่าสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของบุคลากร
และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตด้วย

ดังนั้นผู้นำที่ทันสมัยจึงต้องขวนขวายหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จทั้งขณะนี้และระยะยาว
ผู้นำต้องสรรหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และให้ความใส่ใจไปที่การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่ม productivity ในธุรกิจ

ดังนั้นแค่เข้าใจและใช้เป็นยังไม่พอ แต่ผู้นำต้องสามารถโฟกัสไปที่การเพิ่ม “ประสิทธิภาพ” ในธุรกิจ และมีผลต่อ “ความสำเร็จ” ด้วย

 

เขียนโดย ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข
Certified Marshall Goldsmith Stakeholder Centered Coaching (MGSCC), USA
Certified The Global Leader of the Future (GLOF) 360 assessment, USA

เห็นคุณค่าในความหลากหลาย

slide6

ถึงแม้เราจะได้ยินคำว่าความเป็นสากล ความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นแล้ว แต่ผู้นำที่ทันสมัยก็ต้องมีความตระหนักว่าโลกของเรามีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม และระดับการศึกษาอยู่มาก

ผู้นำจึงต้องให้ความสนใจในความแตกต่าง (Appreciating Diversity) ค้นหาคุณค่าของความหลากหลาย และสามารถใช้ประโยชน์จากมุมมองต่างๆได้

Marshall Goldsmith ย้ำว่าผู้นำที่ทันสมัยจะส่งเสริมให้ศึกษาวัฒนธรรม ค่านิยม บุคลิก และทำความเข้าใจความแตกต่างของ generation และระบบความคิด เพื่อที่จะได้เข้าใจและเข้าถึงได้ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม

จะเห็นว่าผู้นำที่ทันสมัยจะต้องสามารถมองโลกเป็นหนึ่งเดียวกันและสามารถเห็นคุณค่าของความหลากหลายไปพร้อมๆกันได้ด้วย

เขียนโดย ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข
Certified Marshall Goldsmith Stakeholder Centered Coaching (MGSCC), USA
Certified The Global Leader of the Future (GLOF) 360 assessment, USA

การคิดอย่างเป็นสากล

slide5

การคิดอย่างเป็นสากล คือการมองโลกทั้งใบเป็นหนึ่งเดียว

Thinking Globally เป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับผู้นำที่สามารถนำพาองค์กรให้เติบโตได้ในระดับสากล

เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถเชื่อมโยงแต่ละซีกโลกเข้าไว้ด้วยกันราวกับไม่มีพรมแดนอีกต่อไป สามารถยกระดับมาตรฐานการบริการ ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา การสร้างพันธมิตรใหม่ๆ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่างของแต่ละท้องถิ่นโดยยังคงความเป็นสากลอยู่

Marshall Goldsmith กล่าวว่าผู้นำที่มีคุณสมบัตินี้จะปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ การมีวิสัยทัศน์ในการมองโลกทั้งใบว่าเป็นหนึ่งเดียวนี้จะทำให้มีความตื่นตัวต่อสถานการณ์ต่างๆในโลก สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวต่างๆและคาดการณ์ถึงผลกระทบถึงธุรกิจที่ทำอยู่ได้อย่างแม่นยำ ตัดสินใจได้เฉียบคมกว่าเดิม

การคิดอย่างเป็นสากลจึงไม่ใช่แค่มองเห็น แต่สามารถปรับตัว เตรียมพร้อม และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องด้วย

 

เขียนโดย ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข
Certified Marshall Goldsmith Stakeholder Centered Coaching (MGSCC), USA
Certified The Global Leader of the Future (GLOF) 360 assessment, USA

การนำองค์กรสำหรับผู้นำที่ทันสมัย

slide4ในยุคที่การทำงานต้องการความรวดเร็วในการสื่อสาร ตัดสินใจฉับไว และต้องรู้จริง

เบอร์หนึ่งในองค์กรอาจไม่ได้หมายถึงคนๆเดียวอีกต่อไป ผู้นำจะทำงานกันเป็นทีม ซึ่งอาจจะอยู่ในนามคณะกรรมการ Executive Committee

และเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ต่างๆให้ทันต่อเหตุการณ์ ผู้นำจึงต้องสร้างบรรยากาศให้ผู้นำคนอื่นๆในองค์กรกล้าแสดงความเห็น กล้านำ และกล้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แทนการสั่งการหรือควบคุมจากเขาคนเดียว

อย่าลืมว่าคนที่เราทำงานด้วยเป็น Knowledge worker ซึ่ง Marshall Goldsmith ให้ความหมายว่าพวกเขามีความรู้ในสิ่งที่เขาทำมากกว่าเจ้านายของเขา

ดังนั้น วิธีการของผู้นำแบบเดิมๆจึงไม่ได้ผล

วิธีการที่ทันสมัยกว่าในการนำองค์กรคือ การถามเพื่อให้ได้ความเห็น ให้พวกเขาได้แสดงความสามารถและรู้สึกมีส่วนร่วมในการนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย

ในขณะเดียวกันวิธีการสร้างความมีส่วนร่วมในการนำองค์กรยังตอบสนองคน generation ใหม่ๆที่มองเห็นตัวเองว่ามีความอิสระ ไม่ผูกพันกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งอย่างถาวร พวกเขาชอบที่จะทำงานกับผู้นำที่ให้โอกาส สร้างความท้าทายในการพัฒนาความสามารถ

การสร้างความมีส่วนร่วมในการนำองค์กร จึงตอบทั้งโจทย์ขององค์กรที่ต้องการความแม่นยำและรวดเร็วในการตัดสินใจ
ตอบโจทย์ผู้นำในการสร้างประสานความเก่งของบุคลากรในองค์กร และตอบโจทย์ของคนทำงานที่ต้องการโอกาสในการแสดงฝีมือ

 

เขียนโดย ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข
Certified Marshall Goldsmith Stakeholder Centered Coaching (MGSCC), USA
Certified The Global Leader of the Future (GLOF) 360 assessment, USA

ผู้นำเก่งสร้างความเป็นหุ้นส่วน

slide3การสร้างความเป็นหุ้นส่วน หรือที่ Marshall Goldsmith เรียกว่า Building Partnership คือการมองผู้คนในมุมใหม่

ในยุคของการลดขนาดองค์กร การใช้ Outsources มากขึ้น ทำให้การสร้างพันธมิตรภายนอกมีความสำคัญ ปัจจัยที่บุคลากรที่คล้ายกับเป็นหุ้นส่วนเหล่านี้ยึดถือร่วมกันคือความเป็นแบรนด์เดียวกัน

ภายในองค์กรก็ให้ความสำคัญกับบุคลากรว่าเป็นผู้ร่วมงานกัน ส่งเสริมการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างมากกว่าการตำหนิ การประสานงานข้ามแผนกเป็นเรื่องปกติ เน้นความเป็นทีมมากกว่าคนใดคนหนึ่ง

ผู้นำที่ทันสมัยจึงต้องสามารถประสานบุคลากรที่หลากหลายที่มาให้เป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้

 


เขียนโดย ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข

Certified Marshall Goldsmith Stakeholder Centered Coaching (MGSCC), USA
Certified The Global Leader of the Future (GLOF) 360 assessment, USA

%d bloggers like this: